ซีรีย์ Something in the rain

ยุนจินเอ ผู้หญิงโสดวัย 30 ปี เธอทำงานเป็นซุปเปอร์ไวเซอร์ในบริษัทกาแฟ ยุนจินเอเป็นคนง่ายๆ แต่เธอรู้สึกอ้างว้างข้างใน ซอจุนฮี เป็นน้องชายของเพื่อนสนิทของเธอ ซอคยองซอน เขากลับมาที่เกาหลีใต้หลังจากจบการทำงานในต่างประเทศ ยุนจินเอมองเพียงแค่เด็กหนุ่ม แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมองต่างไปจากเธอ ดูซีรี่ย์เน็ตฟิก


ซีรีส์รักโรแมนติกเรื่องใหม่ของสถานี JTBC ในบ้านเราออกฉายทาง Netflix เล่าเรื่องราวความรักต่างวัยระหว่าง ยุนจินอา (รับบทโดย ซอนเยจิน) กับ ซอจุนฮี (รับบทโดย จองแฮอิน) ฝ่ายหญิง ยุนจินอา อายุ 35 ทำงานในบริษัทแฟรนไชส์กาแฟ ส่วนฝ่ายชาย ซอจุนฮี เป็นน้องชายเพื่อนสนิทของเธอ เขาทำงานเป็นคนออกแบบคาแรกเตอร์ในเกมที่เพิ่งกลับมาจากบริษัทสาขาที่อเมริกา แล้วบังเอิญที่ทำงานย้ายมาอยู่ในตึกเดียวกัน เลยทำให้ทั้งคู่ได้มาพบกันอีกครั้งจนเกิดเป็นความรักตามมา
 
นอกเหนือจากความน่ารักกุ๊กกิ๊กโรแมนติกสุดขีดในพาร์ตของเส้นเรื่องหลักที่คนดูเอาใจช่วย ยังมีประเด็นสำคัญที่นางเอกของเราต้องฝ่าฟันไปให้ได้คือปัญหาการล่วงละเมิดในที่ทำงาน ทั้งที่บริษัทที่เธอทำงานอยู่จะเป็นบริษัทแฟรนไชส์กาแฟที่ฉากหน้าดูทันสมัย ไม่มีวี่แววของบริษัทหัวเก่าอย่างที่เราเคยเห็นก็ตาม
 
ยุนจินอา หรือตัวนางเอก ทำงานในบริษัทแฟรนไชส์กาแฟ เธอมีเจ้านายผู้ชายซึ่งเชื่อว่าการกินเลี้ยง ร้องคาราโอเกะจนเมามาย เป็นการทำให้ทีมมีความแน่นแฟ้นและช่วยให้การทำงานร่วมกันดีขึ้น ขณะที่ลูกน้องฝ่ายหญิงก็ต้องเอ็นเตอร์เทนเจ้านายด้วยการช่วยเสิร์ฟ ช่วยย่างเนื้อ หรือตอนที่เจ้านายมึนเมาแล้วมาดึงให้ตัวออกไปร้องคาราโอเกะ ถือโอกาสถึงเนื้อถึงตัว ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ต้องยอม


หรือกระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการที่ยุนจินอาต้องพกรองเท้าผ้าใบใส่กระเป๋าไว้ เพราะงานที่เดินทางนอกสถานที่อยู่บ่อยๆ ก็ไม่ได้เหมาะกับรองเท้าส้นสูงเสมอไป เมื่อพระเอกถามว่าทำไมเธอถึงไม่ใส่รองเท้าผ้าใบไปทำงาน เธอเหมือนจะตอบว่าเจ้านายไม่ชอบ แต่กลับกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่ามันไม่โปรเฟสชันนัล แต่ก็นั่นอีกล่ะที่มีฉากให้เราเห็นว่าเจ้านายกลับใส่รองเท้าแตะตอนนั่งทำงาน และรีบเปลี่ยนเป็นรองเท้าหนังแทบไม่ทันตอนต้องออกไปกินข้าวกลางวันกับซีอีโอบริษัท

เหตุใดนางเอกของเราจึงต้องยินยอม ทั้งๆ ที่เธอเป็นผู้หญิงสวย ทำงานเก่ง ดูมั่นใจในตัวเอง นั่นอาจเป็นเพราะความไม่เท่าเทียมระหว่างชายหญิงในวัฒนธรรมที่เธอเติบโตมาหรือเปล่า
 
มีหลายครั้งที่ซีรีส์ฉายให้เห็นว่า ครอบครัวของเธอ โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งความหวังไว้กับลูกสาวให้ได้แต่งงานกับคนดีๆ มีการศึกษา ฐานะทางสังคมดี แต่กลับตั้งความหวังให้ลูกชายได้เรียนสูงๆ เพื่อจบมาแล้วจะได้มีหน้าที่การงานที่ดี


ไม่ใช่แค่ครอบครัว กระทั่งเพื่อนสนิทของเธอ (ที่เป็นพี่สาวของพระเอกในเรื่อง) ก็ยังมีความฝันอยู่เพียงสองอย่าง คือหวังให้น้องชายมีชีวิตที่ดี และหวังให้ยุนจินอา เพื่อนของเธอ ได้พบเจอผู้ชายที่ดีเพื่อจะได้แต่งงานอย่างมีความสุข 

หรือในช่วงที่ยุนจินอาไปแคมปิ้งกับเพื่อนของแฟนหนุ่ม การร่วมวงสนทนาของกลุ่มผู้หญิงก็เกี่ยวกับเรื่องการทำงานที่ต่างประสบปัญหาไม่ต่างกัน อย่างผู้หญิงคนหนึ่งที่ลาออกจากงานมาหลายครั้งเพราะงานที่ได้รับคือการชงกาแฟ แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงไม่ได้รับความเท่าเทียมในสังคมการทำงานเท่าที่ควร 

สังคมชายเป็นใหญ่จึงเป็นรูปแบบปกติที่เธอเกิดและเติบโตมากับมันจนรู้สึกว่าการทำทุกอย่างที่กล่าวมาเป็นการกระทำที่ถูกต้อง 

จนเมื่อนางเอกตกหลุมรักพระเอก เขาบอกรักเธอเพราะ ‘พี่เป็นพี่แบบนี้’ ความรักที่เขามีต่อตัวตนของผู้หญิงวัย 35 ทำให้ยุนจินอาเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากที่เคยยอมตามความต้องการของคนอื่น เธอเริ่มเคารพในศักดิ์ศรีของตัวเอง กล้าปฏิเสธมื้อค่ำเลี้ยงลูกค้า ปฏิเสธที่จะไปดื่มต่อ ทั้งยังกล้าพูดเหตุผลที่แท้จริงกับหัวหน้าของเธอ เพราะเชื่อมั่นว่ามันไม่ใช่ความผิดอะไร เมื่อเธอทำงานทุกอย่างในหน้าที่ได้ไม่บกพร่อง


เพื่อนผู้หญิงในที่ทำงานที่เคยไม่ชอบหน้าเธอเท่าไรก็กลับมาเป็นพวกและเกิดการเปลี่ยนแปลงในอีกหลายเรื่องตามมา ทั้งการที่ตัวละครหญิงที่รับบทผู้จัดการทั่วไปยกที่คีบเรียกพนักงานชายมาช่วยปิ้งเนื้อให้ในวันที่มีงานเลี้ยงทีม หรือการที่ซีอีโอบริษัทร้องขอให้พนักงานหญิงแจ้งถึงเรื่องที่เคยโดนล่วงละเมิดโดยที่ไม่ต้องเปิดเผยตัว น่าสนใจว่าในอีพีต่อๆ ไป ประเด็นการล่วงละเมิดในที่ทำงานนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไร เพราะแม้ว่าจะเป็นละครโทรทัศน์ มันกลับช่วยสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้เช่นเดียวกัน

Comments